เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ ในกรณีเรียกดูเว็บไซต์ คุณได้ยอมรับการใช้งานคุกกี้โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา

หัวเว่ย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AirEngine Wi-Fi 6 ขุมพลัง 5G รุ่นใหม่ในเอเชียแปซิฟิก

2020.05.08


กรุงเทพ, ประเทศไทย หัวเว่ย เปิดตัว 10 โมเดลใหม่จากผลิตภัณฑ์ซีรี่ส์ AirEngine Wi-Fi 6 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมมอบบริการที่เหนือชั้นยิ่งกว่าให้ธุรกิจและองค์กรต่างๆ ช่วยตอบโจทย์การวางรากฐานการเชื่อมต่อไร้สายคุณภาพสูงในแคมปัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในระดับองค์กรธุรกิจ

หัวเว่ยเปิดตัว AirEngine Wi-Fi 6 รุ่นใหม่ 10 รุ่น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะให้บริการที่ดีกว่าเดิมแก่ธุรกิจและองค์กรต่างๆ และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการวางระบบไร้สายเต็มรูปแบบในแคมปัส นับเป็นส่วนสำคัญใหม่สำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัลของภาคธุรกิจองค์กร

ผลิตภัณฑ์หัวเว่ยซีรี่ส์ AirEngine Wi-Fi 6 โดดเด่นด้วยหลากหลายทางนวัตกรรมเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเสาอากาศอัจฉริยะรองรับช่องสัญญาณแบบคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ในตลาดอุตสาหกรรม การโรมมิ่งแบบไร้รอยต่อ และ เทคโนโลยีเร่งความเร็วในการประมวลผลแอปพลิเคชันอัจฉริยะ (Dynamic Turbo) โดยหนึ่งในโมเดลใหม่นี้ คือซีรี่ส์ AirEngine Wi-Fi 6 8760  ซึ่งเป็นรุ่นเรือธง ที่สามารถส่งข้อมูลได้ถึง 16 ชุด ซึ่งถือว่ามากที่สุดในอุตสาหกรรม สามารถมอบความเร็วไร้สายได้ถึง 10 Gbps 

ทั้งนี้ หัวเว่ย คาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2566 จะมีการใช้งาน Wi-Fi 6 ในกลุ่มองค์กรธุรกิจกว่า 90% จึงเรียกได้ว่า Wi-Fi จะกลายเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายพื้นฐานสำคัญที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวณการในการผลิตและให้บริการขององค์กรธุรกิจให้เป็นรูปแบบดิจิทัล

นายหลี่ ซิง ประธานด้านเครือข่ายโดเมนแคมปัส ฝ่ายผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของหัวเว่ย กล่าวว่า “จากการที่บริการดิจิทัลใหม่ ๆ ถือกำเนิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทำให้เครือข่าย Wi-Fi 5 ในปัจจุบันมักพบกับอุปสรรคในการรองรับ ทำให้ไม่สามารถตอบรับบริการใหม่ ๆ เหล่านี้ได้”

นายหลี่ ซิง กล่าวเสริมว่า “ยกตัวอย่างเช่น ในแคมปัสสำนักงานที่ใช้สัญญาณไร้สายเต็มรูปแบบ แอปพลิเคชันใหม่ๆ อย่างเทคโนโลยี AR, VR, และ 4K ได้ลดทอนศักยภาพและความเร็วของเครือข่ายในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน เครือข่าย Wi-Fi ที่ใช้งานในภาคการผลิตก็ไม่อาจมอบความสามารถในการเชื่อมต่อและการส่งข้อมูลที่ได้อย่างน่าเชื่อถือ ในทางกลับกัน แคมปัสสาธารณะที่ใช้สัญญาณไร้สายเต็มรูปแบบมักจะต้องครอบคลุมพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง ทั้งยังต้องรองรับการใช้งานสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์มือถือจำนวนมาก แต่เครือข่ายไร้สายในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถส่งมอบสัญญาณที่ครอบคลุมได้อย่างต่อเนื่อง และยังขาดความเสถียร จึงไม่อาจตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่” 

“เพื่อเป็นแก้โจทย์ปัญหาดังกล่าว หัวเว่ยจึงนำเสนอมาตรฐานการสร้างเครือข่ายไร้สายรูปแบบใหม่สำหรับยุคสมัยของ Wi-Fi 6 คือการสร้างเครือข่ายแคมปัสไร้สายความเร็วระดับ Gbps ที่ครอบคลุม และสามารถส่งต่อความเร็วสูงได้ในทุกสถานการณ์ เสริมประสบการณ์การเชื่อมต่ออย่างราบรื่น และให้บริการความเร็วระดับ 100 Mbps ได้ทุกที่” นายหลี่ ซิง กล่าวสรุป

แน่นอนว่า เทคโนโลยีที่เพิ่งได้รับการพัฒนาอย่าง 5G, IoT และ AI ต่างมีส่วนช่วยเร่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ก็ถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่นี้ ซึ่งศูนย์ข้อมูลต่างๆ ได้พัฒนาจากยุคเสมือน (virtualization) เข้าสู่ยุคอัจฉริยะ (intelligence) และเพื่อก้าวสู่ความล้ำสมัยเหล่านี้  หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน CloudFabric แบบใหม่ทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับยุคสมัยแห่งความชาญฉลาดโดยเฉพาะ

โซลูชัน CloudFabric สร้างขึ้นบนสวิตช์ CloudEngine รุ่นเรือธง (พร้อมกับการฝังชิป AI และพอร์ทแบบ 400GE ที่มีความจุพอร์ทสูงสุด) อัลกอริทึม iLossless ที่เป็นเอกลักษณ์ในภาคอุตสาหกรรม และ iMaster NCE ซึ่งเป็นระบบการจัดการและควบคุมการขับเคลื่อนของเครือข่ายอัตโนมัติ เมื่อได้ติดตั้งโซลูชัน CloudFabric ของหัวเว่ย ผู้ใช้บริการสามารถสร้างเครือข่ายศูนย์ข้อมูลที่มีความชาญฉลาดรอบด้าน และสร้างโครงข่าย ultra-broadband อัจฉริยะแบบครบวงจรได้ง่ายขึ้น สามารถเชื่อมต่ออย่างไร้ที่ติ ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลเข้าสู่ยุคอัจฉริยะ

"การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลขององค์กรธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความชาญฉลาด ที่นำเทคโนโลยี AI ไปใช้อย่างกว้างขวางในศูนย์ข้อมูลต่างๆ” นายอู๋ อี้เซิง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายโซลูชันจากสำนักงานประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารเทคโนโลยีแห่งกลุ่มธุรกิจหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าว “โดยโซลูชัน CloudFabric ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่สร้างความชาญฉลาดอย่างสมบูรณ์แบบให้แก่เครือข่ายศูนย์ข้อมูลทั้งหมด ซึ่งช่วยผลักดันการขับเคลื่อนเครือข่ายแบบอัตโนมัติเข้าสู่ระดับ 3 เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม เครือข่ายต่างๆ ที่ได้ผสานเข้ากับความอัจฉริยะนี้จะทำให้การให้บริการ AI และการสร้างมูลค่าจากข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะนำไปสู่การเร่งสร้างความสำเร็จทางธุรกิจขององค์กรธุรกิจต่างๆ”
 
นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้จัดงาน IP Club Carnival ผ่านออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ทบทวนเครือข่าย IP ร่วมสร้างกลไกเพื่อดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” ไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เป้าหมาย ภายใต้สถานการณ์ของโรคระบาดในปัจจุบัน ช่วยกลุ่มลูกค้าเอ็นเตอร์ไพรส์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้สามารถสร้างกลไกในการเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายความคิดในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 25,000 คนจากกลุ่มลูกค้าเอ็นเตอร์ไพรส์และกลุ่มพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภาครัฐ การคลัง พลังงาน การขนส่ง การสาธารณสุข รวมไปถึงภาคการศึกษาอีกด้วย